อโรคยาศาล “กู่แก้ว” อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
“กู่” เป็นคำในภาษาอีสานที่มักใช้เรียกศาสนสถานเขมร ซึ่งพบกระจายตัวอยู่ทั่วไปในภาคอีสาน โดยเฉพาะอีสานตอนล่าง ที่มีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งศาสนสถานในวัฒนธรรมเขมรส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทย สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ และพบมากที่สุดในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ หรือราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า อโรคยาศาล หรือโรงพยาบาลชุมชนโบราณ พบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในชุมชนโบราณต่าง ๆ ทั่วภาคอีสาน
กู่แก้ว ตั้งอยู่ภายในเขตวัดกู่แก้วสามัคคี หมู่ ๖ บ้านหัวสระ ตำบลดอนช้าง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็น ๑ ในอโรคยาศาลในจำนวน ๑๐๒ แห่ง ตามที่ปรากฏหลักฐานอยู่ในจารึกปราสาทตาพรหม กล่าวว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดให้สถาปนาโรงพยาบาล ๑๐๒ แห่ง ขึ้นทุก ๆ วิษัย (จังหวัด) กู่แก้ว ยังเป็น ๑ ในอโรคยาศาลจำนวน ๓๑ แห่งที่พบและได้รับการบูรณะแล้วในประเทศไทย และยังเป็น ๑ ใน ๒ แห่งที่พบในจังหวัดขอนแก่น อีกแห่งหนึ่งคือ กู่ประภาชัย ในอำเภอน้ำพอง กู่แก้ว ซึ่งเป็นร่องรอยหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงพระราชอำนาจของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ที่แพร่มาถึงพื้นที่ห่างไกลจากเมืองพระนครหลวง (Angkor Thom)
ศาสนสถานประเภท อโรคยาศาล มักประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ได้แก่ สระน้ำ กำแพงแก้ว โคปุระ บรรณาลัย และปราสาทประธาน แต่อาจแตกต่างกันที่ขนาดและรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับขนาดของชุมชนที่ตั้งของอโรคยศาล
โดยความเป็นจริงแล้วร่องรอยที่ปรากฏให้เห็นเหล่านี้มิใช่ตัวโรงพยาบาล แต่เป็น ศาสนสถานประจำโรงพยาบาล ที่เรียกว่า สุคตาลัย ตามที่ปรากฏในจารึกที่ปราสาทตาพรหม โรงพยาบาลจริง ๆ ตั้งอยู่รอบนอกศาสนสถาน สร้างด้วยไม้ จึงไม่หลงเหลือร่องรอยหลักฐานถึงปัจจุบัน ยกเว้นตัวศาสนสถานเท่านั้นที่สร้างด้วยสิ่งก่อสร้างถาวรในที่นี้คือ ศิลาแลง เฉพาะส่วนกรอบประตูหน้าต่างและทับหลังที่ใช้หินทราย ถึงแม้ว่าศาสนสถานแห่งนี้จะสร้างขึ้นมานานกว่า ๘๐๐ ปี และไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนโบราณและชุมชนในปัจจุบันที่เข้ามาอยู่ในระยะหลัง อย่างไรก็ตามชุมชนปัจจุบันก็รับเอาศาสนสถานเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อร่วมกันของตำบลดอนช้าง จะเห็นได้จากงานบุญประเพณี “กู่ฮ่มข่อย” ถือเป็นงานใหญ่ประจำตำบล ที่ทุกชุมชนสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มที่ งานบุญนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี
อ่านเพิ่มเติม:
“อโรคยาศาล” โรงพยาบาลในชุมชนเขมรโบราณ
“กู่แก้ว นับเป็น ๑ ใน ๓๑ แห่งของอโรคยาศาลที่พบและได้รับการบูรณะแล้วในประเทศไทย และเป็น ๑ ใน ๑๐๒ แห่งที่ระบุไว้ในศิลาจารึกที่ปราสาทตาพรหม ที่กล่าวว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดฯให้สถาปนาโรงพยาบาล ๑๐๒ แห่ง ขึ้นทุกๆ วิษัย (จังหวัด)”
Summary:
ที่ตั้ง: วัดกู่แก้วสามัคคี ตำบลดอนช้าง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ประวัติความเป็นมา: เป็นศาสนสถานประจำอโรคยาศาล ที่โปรดฯให้สร้างขึ้นโดย พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗
อายุสมัย: ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘
รูปแบบศิลปะ: ศิลปะเขมรแบบบายน เป็นรูปแบบเฉพาะทางสถาปัตยกรรมที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสร้างขึ้นในสมัยนี้เท่านั้น
สถาปัตยกรรมสำคัญ: ปราสาทประธาน บรรณาลัย โคปุระ กำแพงแก้ว และสระน้ำ
โบราณวัตถุสำคัญ: ประติมากรรมรูปพระไภษัชยคุรุ พระยมทรงกระบือ พระวัชรปาณีทรงครุฑ พระโพธิสัตว์สี่กร (ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น)
กิจกรรมที่สามารถทำได้: ถ่ายภาพ
วัน–เวลาเปิดปิด: 06:00-17:00 น.
ค่าเข้าชม: ไม่มี
หมายเหตุ: แต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายโบราณสถานในพื้นที่ห้าม
กู่แก้ว ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างสำคัญดังนี้
สระน้ำ ตั้งอยู่นอกกำแพงแก้ว ตรงบริเวณมุมกำแพง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ขุดเป็นสระรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กรุขอบสระด้วยศิลาแลงสอบลงไปด้านล่างในลักษณะเป็นบันได
กำแพงแก้ว กำแพงสี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลงล้อมรอบปราสาทประธาน และบรรณาลัยที่อยู่ด้านใน มีทางเข้า (โคปุระ) ทางทิศตะวันออก
โคปุระ ประตูทางเข้าสำคัญเพียงประตูเดียวทางด้านทิศตะวันออกของอโรคยาศาล สร้างด้วยศิลาแลง ต่อกับกำแพงแก้ว มีแผนผังเป็นรูปกากบาท ตรงกลางห้องพบว่าประดิษฐานรูปเคารพ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ปราสาทประธาน ปราสาทที่ตั้งอยู่กลางพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว (กำแพงศิลาแลง) มักมีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานปราสาทสูงประมาณเมตรกว่าๆ มีบันไดทางขึ้นด้านทิศตะวันออก รับกับประตู ส่วนด้านอื่นๆ เป็นประตูหลอก ส่วนหลังคาทรงปราสาทหักพังไปหมดแล้ว
บรรณาลัย อาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลังคาทรงประทุน แต่หักพังไปแล้ว สร้างด้วยศิลาแลง มักตั้งอยู่มุมกำแพงด้านในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หันหน้าไปทางตะวันตก สวนทางกับปราสาทประธานที่หันหน้าไปทิศตะวันออก